สาวกส้นสูงต้องระวัง! 👠 สะดุดกึกเดียว เส้นเอ็นอาจขาดได้! เช็กสัญญาณอันตราย ข้อเท้าพลิกแบบไหน ต้องรีบไปหาหมอ?

เมื่อ "ข้อเท้าพลิก" ไม่ใช่แค่เรื่อง "พลิกล็อค" แต่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาข้อเท้าหลวมเรื้อรัง หากดูแลไม่ถูกวิธี
"หมอคะ นึกว่าเดี๋ยวก็หาย แค่ข้อเท้าพลิกเอง ทายาหม่องนวดๆ ไปตั้งเยอะ ทำไมผ่านไป 3 เดือนแล้ว ยังเจ็บแปล๊บๆ เวลาเดินลงน้ำหนักอยู่เลยคะ แถมรู้สึกเหมือนข้อเท้ามันหลวมๆ เดินบนพื้นขรุขระไม่ได้เลย กลัวล้มตลอด"
นี่คือคำบ่นของคุณจอย (นามสมมติ) สาวออฟฟิศวัย 28 ปี ที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งรีบวิ่งไปขึ้นรถไฟฟ้าแล้วเกิดสะดุดบันได ข้อเท้าพับดัง "กึก"
ตอนแรกเธอก็คิดเหมือนหลายๆ ท่านครับว่า "ไกลหัวใจ" แค่ทายา นวดๆ (ซึ่งเป็นการรักษาที่ผิดในระยะแรกนะครับ) แล้วฝืนเดินต่อ ผลสุดท้ายจากเรื่องเล็ก กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่รบกวนชีวิตประจำวันจนต้องมาหาหมอ
วันนี้หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่อง "ข้อเท้าแพลง" กันใหม่อีกครั้ง เพราะนี่คืออุบัติเหตุยอดฮิตที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ตั้งแต่นักกีฬาทีมชาติ ไปจนถึงคุณยายที่เดินจ่ายตลาดครับ
ความจริงใต้ตาตุ่ม: เกิดอะไรขึ้นเมื่อข้อเท้าแพลง?
ข้อเท้าของเรา ประกอบด้วยกระดูกหลายชิ้นมาต่อกัน และยึดกันไว้ด้วย "เส้นเอ็น" (Ligaments) ที่มีความเหนียวและแข็งแรง เปรียบเสมือน "เชือก" ที่คอยมัดกระดูกให้มั่นคง ไม่ให้โยกเยก
เมื่อเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิก ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบ "พลิกเข้าด้านใน" (Inversion) ทำให้เส้นเอ็นทางด้านนอกของข้อเท้าถูกกระชากอย่างแรงครับ
ลองจินตนาการถึงหนังยางรัดของนะครับ ถ้าเราดึงมันเบาๆ มันก็ยืดแล้วหดกลับได้ แต่ถ้าเรากระชากมันแรงๆ เกินระยะที่มันรับไหว หนังยางนั้นก็จะ "ยืดค้าง" หรือถ้าแรงมากจริงๆ ก็จะ "ขาดผึง" ออกจากกัน
เส้นเอ็นข้อเท้าเราก็เช่นกันครับ การแพลงคือการบาดเจ็บของเส้นเอ็น ซึ่งแบ่งความรุนแรงได้ 3 ระดับ:
ระดับเล็กน้อย (Grade 1): เส้นเอ็นถูกยืดมากเกินไป มีการฉีกขาดระดับจุลภาค (มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า) จะปวดและบวมเล็กน้อย ยังพอเดินลงน้ำหนักได้
ระดับปานกลาง (Grade 2): เส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน (Partial Tear) ข้อเท้าจะบวมช้ำชัดเจน ปวดมาก และเริ่มมีความหลวมของข้อต่อ
ระดับรุนแรง (Grade 3): เส้นเอ็นฉีกขาดออกจากกันทั้งเส้น (Complete Tear) ข้อเท้าจะบวมเป่ง เลือดออกใต้ผิวหนังจนม่วงคล้ำ และข้อเท้าจะหลวมมาก ลงน้ำหนักไม่ได้เลย
อาการแบบไหน ต้องรีบมาหาหมอ?
จริงๆ แล้วหมอแนะนำว่า ถ้าข้อเท้าพลิกและมีอาการบวม ควรมาตรวจเช็กจะดีที่สุดครับ แต่ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบมาทันทีครับ
ได้ยินเสียงดัง "กึก" หรือ "ป๊อป": ขณะเกิดอุบัติเหตุ เสียงนี้มักเกิดจากเส้นเอ็นที่ขาดสะบั้น หรือกระดูกที่หัก
เดินลงน้ำหนักไม่ได้เลย: ก้าวขาปุ๊บ เจ็บปั๊บ จนต้องกระโจนขาเดียว
รูปร่างข้อเท้าผิดปกติ: ดูบิดเบี้ยว หรือบวมปูดออกมาอย่างรวดเร็ว
กดเจ็บบริเวณกระดูก: โดยเฉพาะที่ตาตุ่มด้านในหรือด้านนอก หรือโคนนิ้วก้อยเท้า อาจมีกระดูกหักร่วมด้วย
หมอจะตรวจและวินิจฉัยอย่างไร?
เมื่อมาถึงคลินิกหรือโรงพยาบาล หมอจะเริ่มจากการซักประวัติท่าทางตอนล้มครับ ว่าพลิกท่าไหน จากนั้นจะตรวจร่างกาย โดยการกดหาจุดเจ็บ และขยับข้อเท้าเพื่อดูความมั่นคง (Special Tests) ว่าเส้นเอ็นขาดหรือไม่
เอกซเรย์ (X-ray): จำเป็นมากครับ เพื่อแยกโรค "กระดูกข้อเท้าหัก" ออกไป เพราะอาการของกระดูกหักกับเอ็นฉีกรุนแรงนั้นคล้ายกันมาก แยกด้วยตาเปล่ายากครับ
เอ็มอาร์ไอ (MRI): ในระยะแรกอาจยังไม่จำเป็น ยกเว้นในรายที่หมอสงสัยว่ามีการบาดเจ็บของกระดูกอ่อนในข้อ หรือเป็นการบาดเจ็บเรื้อรังที่รักษาแล้วไม่หายครับ
แนวทางการรักษา: ห้าม "นวด" เด็ดขาดในระยะแรก!
นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดครับ พอล้มปุ๊บ หลายคนรีบเอายาหม่องร้อนๆ มานวดคลึง หรือให้หมอนวดจับเส้น การทำแบบนี้จะยิ่งทำให้เส้นเลือดขยายตัว เลือดออกภายในมากขึ้น ข้อเท้าจะยิ่งบวมและอักเสบกว่าเดิมครับ
การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ต้องจำหลักการ "R.I.C.E." ครับ:
R - Rest (พัก): หยุดเดินทันที ถ้าจำเป็นต้องเดินควรใช้ไม้ค้ำยัน เพื่อลดการลงน้ำหนัก
I - Ice (ประคบเย็น): ใช้น้ำแข็งห่อผ้า หรือเจลเย็น ประคบบริเวณที่ปวด 15-20 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมง ในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก (ความเย็นจะช่วยห้ามเลือดและลดบวมครับ)
C - Compression (รัด): ใช้ผ้ายืด (Elastic Bandage) พันรัดข้อเท้าให้กระชับ เพื่อลดการบวมและจำกัดการเคลื่อนไหว
E - Elevation (ยกสูง): เวลานอนหรือนั่ง ให้เอาหมอนรองขาให้สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับได้ดี ลดอาการบวม
การรักษาโดยแพทย์:
- ยา: หมอจะจ่ายยาลดการอักเสบและลดปวด เพื่อบรรเทาอาการ
- การดามข้อเท้า: ในรายที่เป็นมาก หมออาจให้ใส่ "เฝือกอ่อน" หรือ "รองเท้าบูทสำหรับเดิน" (Walking Boot) ชั่วคราว เพื่อให้เส้นเอ็นได้พักและสมานตัว
- กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำครับ
ทำไมต้องทำกายภาพ? หายเจ็บแล้วจบเลยไม่ได้เหรอ?
ไม่ได้ครับ! เพราะเมื่อเส้นเอ็นบาดเจ็บ "ระบบประสาทรับความรู้สึก" (Proprioception) ที่ข้อเท้าจะเสียไปด้วย ทำให้การทรงตัวแย่ลง สังเกตไหมครับว่าคนที่เคยข้อเท้าพลิก มักจะพลิกซ้ำที่เดิมบ่อยๆ เพราะสมองสั่งการไม่ทัน
ดังนั้น เมื่อหายเจ็บแล้ว เราต้องฝึก "บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า" และ "ฝึกการทรงตัว" เช่น การยืนขาเดียว การเขย่งปลายเท้า เพื่อเรียกความมั่นคงกลับคืนมาครับ
ต้องผ่าตัดไหม?
ส่วนใหญ่กว่า 90% "ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด" ครับ ร่างกายสามารถซ่อมแซมเส้นเอ็นได้เอง หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง
การผ่าตัดจะทำในกรณีที่:
รักษาเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ยังเจ็บและข้อเท้าหลวมมาก
มีเศษกระดูกหรือกระดูกอ่อนแตกหลุดเข้าไปขัดในข้อ
นักกีฬาอาชีพที่ต้องการความมั่นคงสูงและต้องการกลับไปเล่นกีฬาโดยเร็ว (พิจารณาเป็นรายๆ ไป)
พยากรณ์โรค: จะหายสนิทไหม?
ข้อเท้าแพลง สามารถหายสนิทและกลับมาใช้งานได้ปกติครับ หากได้รับการรักษาที่ถูกวิธีตั้งแต่แรก แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ หรือฝืนใช้งานต่อ จะนำไปสู่ภาวะ "ข้อเท้าหลวมเรื้อรัง" (Chronic Ankle Instability) และในระยะยาว อาจทำให้เกิด "ข้อเท้าเสื่อมก่อนวัย" ได้ครับ
สรุปช
ข้อเท้าแพลง อาจดูเป็นเรื่องอุบัติเหตุเล็กน้อย แต่ถ้าเราดูแล "จุดเริ่มต้น" นี้ไม่ดี มันอาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่กวนใจเราไปตลอดชีวิต
จำไว้นะครับ... พลิกปุ๊บ ประคบเย็น พักการเดิน และอย่าเพิ่งนวด หากอาการบวมไม่ลดลง หรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้ ให้รีบมาให้หมอตรวจเช็กกระดูกและเส้นเอ็นนะครับ
ดูแลข้อเท้าให้แข็งแรง เพื่อให้เขาพาเราเดินไปในทุกที่ที่อยากไปอย่างมั่นคงครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
#ข้อเท้าแพลง #ข้อเท้าพลิก #เอ็นข้อเท้าฉีก #ปวดข้อเท้า #ข้อเท้าบวม #ประคบเย็น #ห้ามหมอนวด #กายภาพข้อเท้า #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกหัก
References:
Doherty C, Delahunt E, Caulfield B, Hertel J, Ryan J, Bleakley C. The incidence and prevalence of ankle sprain injury: a systematic review and meta-analysis of prospective epidemiological studies. Sports Med. 2014;44(1):123-40.
Kaminski TW, Hertel J, Amendola N, et al. National Athletic Trainers' Association position statement: conservative management and prevention of ankle sprains in athletes. J Athl Train. 2013;48(4):528-45.
Vuurberg G, Hoorntje A, Wink LM, et al. Diagnosis, treatment and prevention of ankle sprains: update of an evidence-based clinical guideline. Br J Sports Med. 2018;52(15):951-969.
Ivins D. Acute ankle sprain: an update. Am Fam Physician. 2006;74(10):1714-20.
Wolfe MW, Uhl TL, Mattacola CG, McCluskey LC. Management of ankle sprains. Am Fam Physician. 2001;63(1):93-104.
Comments
Post a Comment